Moray Sherry Cask Finish

กลิ่นของทอฟฟี่นิดหน่อย พวกลูกกวาด ของหวานงี้แต่แค่นิดเดียว

                วันนี้จะมาลอง Glen Moray กัน Glen Moray Sherry Cask Finish อันนี้เป็นรุ่นที่หมัก 8 เดือนในถังเชอรี่ พร้อมใส่ดาร์คช็อกโกแลตกับส้มลงไปนิดหน่อย มี 80% proof และ 40% ABV เพราะฉนั้นคุณคงจะไม่ได้กลิ่นแอลกอฮอร์เยอะเท่าไหร่หรอกถ้าลองดมมัน สิ่งแรกเลยที่ผมได้กลิ่นคือเป็นพวกผลไม้แห้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือ แอพพริคอตอบแห้ง มีกลิ่นของซินนาม่อนอยู่ด้วย และกลิ่นของทอฟฟี่นิดหน่อย พวกลูกกวาด ของหวานงี้แต่แค่นิดเดียว ซึ่งทำให้วิสกี้ดูไม่หนักเกินไป ให้ความรู้สึกบางเบา ต่อไปมาลองกัน รสชาติมันไม่ได้เหมือนตอนดมกลิ่นเลยนะ ค่อนข้างแตกต่างเพราะดื่มไปอย่างแรกคือได้กลิ่นโอ๊ก และรสชาติที่หวานมากนี้ได้มาจากเชอรี่แน่นอน ดาร์คช็อกโกแลตที่ใส่ลงไปก็ทำให้สับสันกับว่าจะเป็นพวกผลไม้สีดำตระกูลเบอรี่หรือปล่าว แต่นี้ก็ถือเป็นวิสกี้ที่ดีเลยทีเดียว หลังจากดื่มเสร็จก็รู้สึกเผ็ดติดปากอ่อน ๆ คงเป็นเพราะวกส่วนผสมของ Spice ส่วนตัวผมก็ชอบนะ ผมว่าเป็นเวอร์ชั่นของ  Glen Moray ที่ทำออกมาได้ดี ราคาประมาณ 30 ดอลล่าห์ ไม่เสียหายถ้าจะซื้อมาลองดูสักครั้ง

Ardbeg Ten

วันนี้เราจะมาเริ่มกันที่ Ardbeg Ten เหล้านอกผมลืมเอาออกจากล่องมาวางไว้ หลังจากเทมาแล้วจะเห็นว่าสีดูใสมาก คล้ายๆพวกวิสกี้ของญี่ปุ่นเลย อย่างที่ทุกคนรู้กันว่า Ardbeg  มีส่วนผสมของ peat (พืชประเภทมอส) จึงทำให้มีกลิ่น Peat อยู่เยอะพอสมควร อย่างไรก็ตาม และอีกกลิ่นที่รู้สึกถึงคือทะเล สำหรับผมมันทำให้รู้สึกถึงเวลาไปดำน้ำอยู่ เพราะมีสเปรย์ทะเลอยู่ในวิสกี้ขวดนี้ด้วย นั่นคือสิ่งที่ทำให้ผมรู้สึก  เอาละ พอดื่มเข้าไปสิ่งที่ได้รสชาติแน่ๆ เลยคือ Peat และ สเปรย์ทะเลที่บอกไป และจะบอกเลยว่าเป็นวิสกี้ที่เบาบางมาก น่าสนใจมาก ไม่แปลกเลยที่หลายคนจะชอบ Ardbeg Ten เอาล่ะ ต่อไปจะมาลอง Ardbeg An Oa ใหดูว่ารูปทรงขวดเหมือนกันมาก แทบไม่มีอะไรแตกต่าง แต่พอเทออกมาจะเห็นได้ชัดว่าสีของวิสกี้ Ardbeg An Oa เข้มขึ้นมาอีกระดับ แถมพอสูดกลิ่นเข้าไปยังสร้างความแตกต่างจาก Ardbeg Ten ได้อีก เพราะคุณจะไม่ได้กลิ่น smoke แต่จะได้กลิ่นพวกเลม่อน ความหอมของพวกใบยี่หร่า สาระแหน่ กลิ่นเหมือนไม่ใช่วิสกี้อายุ 12 ปี เหมือนวิสกี้ที่เพิ่งบ่มใหม่ ๆ เลยก็ว่าได้ อาจจะมีเชอรี่ด้วยนิดหน่อย อันนี้ผมเดาเอา แต่กลิ่นสุดท้ายที่ได้กลิ่นคือ Smoke ดื่มเข้าไปแล้วรสชาติค่อนข้างดีทีเดียว สิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างคือ ผมว่ามีพริกไทยดำอยู่ในนี้ด้วย ต่อไปเป็น Ardbeg Uigeadail ค่อนข้างอ่านยากนะ Uigeadail เนี่ยะ เป็นภาษาเกลิกจากสก๊อตแลนด์เซิร์ทในเว็บไซต์มาช่วยได้เยอะเลย และผมจำได้จากวิดิโอรีวิวด้วยว่านี้เป็นชื่อของ ‘Dark and Mysterious Place’ ซึ่งคือสถานที่มืดและลึกลับ เอาละมาลองดมกลิ่นกัน กลิ่นที่หนักสุดคือเชอรี่ และเวลาสูดกลิ่น จะมีทริคคือปล่อยให้ปากอ้าอยู่อย่าปิดปาก เพื่อป้องกันการเบิร์นของแฮลกอฮอร์ ส่วนรสชาตินี้ค่อนข้างนุ่มมากเลยทีเดียว ถือว่ารสชาติเซอไพรส์ผมมากเลยนะ มีแอลกอฮอร์ 50 กว่านี้ถือว่าเยอะ รสหวานผลไม้นำมาเลย โดยรวมแล้วถือว่าผมแนะนำ มันอร่อยนะ อันสุดท้ายนี้ก็จะเป็น  Ardbeg Corryvreckan อันนี้เป็นอันที่ผมชอบมากที่สุดใน รสชาตินี้ขึ้นเพดานติดอยู่เลย Ardbeg ถ้ามีใครถามว่าชอบอันไหนมากที่สุด แน่นอนผมจะตอบว่า Ardbeg Corryvreckan เพราะกลิ่นทำให้ผมรู้สึกถึงสาหร่ายทะเลที่อยู่ริมหาดในเวลากลางคืน อย่างนี้เลยจริง ๆ นะ