วิธีสั่งซื้สินค้า

ลูกค้าทุกท่านสามารถสั่งซื้อเหล้านอกได้ สินค้าจัดส่งไว้รับประกันสินค้าของแท้ 100%

สั่งซื้อสินค้าทาง Line เท่านั้นในนั้นมีสินค้าให้ท่านได้เลือกซื้อหลากหลายรายการ

เว็บไซต์ตอนนี้เป็นบทความเกี่ยวกับเหล้าต่างๆรสชาติรีวิวเหล้านอกราคาถูกให้ท่าน

รบกวนติดต่อได้ที่ Line ID : @whisky ในนั้นมีโปรโมชั่นให้เลือกซื้อ

แสกน QR Cod Line นี้ได้เลยครับ


Green Label

วันนี้เราจะมาลอง Johnnie Walker Green Label ซึ่งเป็นของแถบ Speyside, Highlands, Islands และ Lowlands ด้วยอายุ 15 ปี จะมีอยู่ช่วงนึงที่ Johnnie Walker Green หายไปจากเชลล์ขายของ และกลับมาอีกครั้งในไม่กี่ปีต่อมา Johnnie Walker Green เป็นวิสกี้ตัวแรก ๆ ที่ผมเริ่มลองก่อนจะมารีวิววิสกี้มากมายอย่างทุกวันนี้ และจ่ายแค่ราคาประมาณขวดละ 70 ดอลล่าร์ ผมดีใจมากที่มันกลับมาวางขายอีกครั้ง เอาละมาลองดูกัน เนื่องจากเป็นวิสกี้ที่มาจากเกาะ มันจะมีกลิ่นสเปเชียลอยู่อย่างนึง แต่ขอบอกก่อนว่ากลิ่นคุ้กกี้วนิลาที่อยู่ในวิสกี้นี้มันเหมือนขนม Mini Nilla มาก อันนี้ส่วนตัวคิดนะ แล้วก็มีกลิ่นกล้วยผสมเข้ามาด้วย ส่วนตัวผมไม่ชอบการผสมกันของสองอย่างนี้เท่าไหร่ มันไม่ได้แย่นะ แต่มันน่าเบื่อ หลังจากดื่มเข้าไปรสที่คุณจะสัมผัสได้ทันทีคือน้ำผึ้ง กลิ่นน้ำผึ้งจะตีขึ้นมาหลังจากคุณกลืนวิสกี้ลงไปแล้ว และก็รสชาติของวนิลลา รสชาติของ smoked ที่จริงผมมักจะแนะนำ คนที่จะเริ่ม Johnnie Walker ให้ริ่มด้วย Johnnie Walker Green ด้วยราคาประมาณ 65-70 ดอลล่าห์เนี่ยะ ผมว่าเป็นราคาที่ดี และด้วยคุณภาพที่ Johnnie Walker มอบให้ ผมว่า Johnnie Walker Green Label นี้คือดีสุด

Moray Sherry Cask Finish

กลิ่นของทอฟฟี่นิดหน่อย พวกลูกกวาด ของหวานงี้แต่แค่นิดเดียว

                วันนี้จะมาลอง Glen Moray กัน Glen Moray Sherry Cask Finish อันนี้เป็นรุ่นที่หมัก 8 เดือนในถังเชอรี่ พร้อมใส่ดาร์คช็อกโกแลตกับส้มลงไปนิดหน่อย มี 80% proof และ 40% ABV เพราะฉนั้นคุณคงจะไม่ได้กลิ่นแอลกอฮอร์เยอะเท่าไหร่หรอกถ้าลองดมมัน สิ่งแรกเลยที่ผมได้กลิ่นคือเป็นพวกผลไม้แห้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือ แอพพริคอตอบแห้ง มีกลิ่นของซินนาม่อนอยู่ด้วย และกลิ่นของทอฟฟี่นิดหน่อย พวกลูกกวาด ของหวานงี้แต่แค่นิดเดียว ซึ่งทำให้วิสกี้ดูไม่หนักเกินไป ให้ความรู้สึกบางเบา ต่อไปมาลองกัน รสชาติมันไม่ได้เหมือนตอนดมกลิ่นเลยนะ ค่อนข้างแตกต่างเพราะดื่มไปอย่างแรกคือได้กลิ่นโอ๊ก และรสชาติที่หวานมากนี้ได้มาจากเชอรี่แน่นอน ดาร์คช็อกโกแลตที่ใส่ลงไปก็ทำให้สับสันกับว่าจะเป็นพวกผลไม้สีดำตระกูลเบอรี่หรือปล่าว แต่นี้ก็ถือเป็นวิสกี้ที่ดีเลยทีเดียว หลังจากดื่มเสร็จก็รู้สึกเผ็ดติดปากอ่อน ๆ คงเป็นเพราะวกส่วนผสมของ Spice ส่วนตัวผมก็ชอบนะ ผมว่าเป็นเวอร์ชั่นของ  Glen Moray ที่ทำออกมาได้ดี ราคาประมาณ 30 ดอลล่าห์ ไม่เสียหายถ้าจะซื้อมาลองดูสักครั้ง

Knob Creek

วันนี้เราจะมาพูดถึง Knob Creek 100 Proof ขวดนี้กัน Knob Creek เป็นโปรดักจาก Jim Beam เหมือนกับพวก Basil Hayden’s และ Baker’s มันเป็นเรื่องของการตลาดนั่นแหละ จะเห็นได้ว่าขวด Knob Creek จะเป็นรูปทรงแบบนี้ซึ่งเล็กกว่าขวดอื่น ๆ ผมการันตีเลยว่าถ้าคุณเดินเข้าบาร์ไปแล้วเจอเจ้านี้คุณจะต้องรู้จัก เพราะมันสามารถดื่มได้กับน้ำ กับมิกเซอร์ และค่อนข้างไปกันได้ดีเลยทีเดียว Knob Creek จะมีอีก 4 แบบด้วยกันคือ Knob Creek Bourbon, Knob Creek Rye, Knob Creek Single Barrel และ Knob Creek Smoked Maple เอาละตอนนี้เรามาลอง Knob Creek Original กันดีกว่า มันมี ข้าวโพด 75% ไรท์ 13% และ บาร์เล่ 12% เพราะฉะนั้นมันจะเป็นวิสกี้ที่หวานมาก สีวิสกี้เป็นสีเข้มที่ดูดีมาก สูดกลิ่นดูก็ไม่มีอะไรพิเศษมาก ได้กลิ่นหอมของคาราเมลนิดหน่อย มาลองชิมเลยดีกว่า รสชาติเหมือนผสมน้ำหวานของ Maple ไปกับ ไรท์  ผมว่ามันอาจจะมีรสชาติที่ดีกว่าหากเพิ่มน้ำลงไปสักหน่อย ผมไม่ได้รู้สึกอะไรมากกับแฮกอฮอร์ในขวดนี้เพราะอาจเป็นที่ผมดื่มวิสกี้แฮลกอออร์สูง ๆ มาเยอะแล้ว ส่วนตัวผมชอบนะ Knob Creek Original จะต้องเป็นหนึ่งในขวดที่ผมมีติดบาร์ไว้แน่นอน

Ardbeg Ten

วันนี้เราจะมาเริ่มกันที่ Ardbeg Ten เหล้านอกผมลืมเอาออกจากล่องมาวางไว้ หลังจากเทมาแล้วจะเห็นว่าสีดูใสมาก คล้ายๆพวกวิสกี้ของญี่ปุ่นเลย อย่างที่ทุกคนรู้กันว่า Ardbeg  มีส่วนผสมของ peat (พืชประเภทมอส) จึงทำให้มีกลิ่น Peat อยู่เยอะพอสมควร อย่างไรก็ตาม และอีกกลิ่นที่รู้สึกถึงคือทะเล สำหรับผมมันทำให้รู้สึกถึงเวลาไปดำน้ำอยู่ เพราะมีสเปรย์ทะเลอยู่ในวิสกี้ขวดนี้ด้วย นั่นคือสิ่งที่ทำให้ผมรู้สึก  เอาละ พอดื่มเข้าไปสิ่งที่ได้รสชาติแน่ๆ เลยคือ Peat และ สเปรย์ทะเลที่บอกไป และจะบอกเลยว่าเป็นวิสกี้ที่เบาบางมาก น่าสนใจมาก ไม่แปลกเลยที่หลายคนจะชอบ Ardbeg Ten เอาล่ะ ต่อไปจะมาลอง Ardbeg An Oa ใหดูว่ารูปทรงขวดเหมือนกันมาก แทบไม่มีอะไรแตกต่าง แต่พอเทออกมาจะเห็นได้ชัดว่าสีของวิสกี้ Ardbeg An Oa เข้มขึ้นมาอีกระดับ แถมพอสูดกลิ่นเข้าไปยังสร้างความแตกต่างจาก Ardbeg Ten ได้อีก เพราะคุณจะไม่ได้กลิ่น smoke แต่จะได้กลิ่นพวกเลม่อน ความหอมของพวกใบยี่หร่า สาระแหน่ กลิ่นเหมือนไม่ใช่วิสกี้อายุ 12 ปี เหมือนวิสกี้ที่เพิ่งบ่มใหม่ ๆ เลยก็ว่าได้ อาจจะมีเชอรี่ด้วยนิดหน่อย อันนี้ผมเดาเอา แต่กลิ่นสุดท้ายที่ได้กลิ่นคือ Smoke ดื่มเข้าไปแล้วรสชาติค่อนข้างดีทีเดียว สิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างคือ ผมว่ามีพริกไทยดำอยู่ในนี้ด้วย ต่อไปเป็น Ardbeg Uigeadail ค่อนข้างอ่านยากนะ Uigeadail เนี่ยะ เป็นภาษาเกลิกจากสก๊อตแลนด์เซิร์ทในเว็บไซต์มาช่วยได้เยอะเลย และผมจำได้จากวิดิโอรีวิวด้วยว่านี้เป็นชื่อของ ‘Dark and Mysterious Place’ ซึ่งคือสถานที่มืดและลึกลับ เอาละมาลองดมกลิ่นกัน กลิ่นที่หนักสุดคือเชอรี่ และเวลาสูดกลิ่น จะมีทริคคือปล่อยให้ปากอ้าอยู่อย่าปิดปาก เพื่อป้องกันการเบิร์นของแฮลกอฮอร์ ส่วนรสชาตินี้ค่อนข้างนุ่มมากเลยทีเดียว ถือว่ารสชาติเซอไพรส์ผมมากเลยนะ มีแอลกอฮอร์ 50 กว่านี้ถือว่าเยอะ รสหวานผลไม้นำมาเลย โดยรวมแล้วถือว่าผมแนะนำ มันอร่อยนะ อันสุดท้ายนี้ก็จะเป็น  Ardbeg Corryvreckan อันนี้เป็นอันที่ผมชอบมากที่สุดใน รสชาตินี้ขึ้นเพดานติดอยู่เลย Ardbeg ถ้ามีใครถามว่าชอบอันไหนมากที่สุด แน่นอนผมจะตอบว่า Ardbeg Corryvreckan เพราะกลิ่นทำให้ผมรู้สึกถึงสาหร่ายทะเลที่อยู่ริมหาดในเวลากลางคืน อย่างนี้เลยจริง ๆ นะ

Four Roses

วันนี้เราจะมาลอง Four Roses Bourbon, Small Batch และ Single Barrel สามขวดที่แตกต่างกันนี้ เราจะเปรียบเทียบความแตกต่างต่างกันขวดต่อขวดไปเลย เอาละ เรามาเริ่มกันที่ Four Roses Bourbon ก่อนเลย คือเจ้า Four Roses Bourbon เนี่ย ทางโรงกลั่นจะใช้สูตรบดยีสต์ 2 สูตร และยีสต์ที่แตกต่างกัน 5 สายพันธุ์ นำมารวมกันเมื่อเวลาผ่านไปสัก 5 ปี ผมว่านั่นเป็นเวลาที่เหมาะที่จะบ่มขวดนี้ ซึ่งผมชอบที่จะชักชวนให้คนอื่นมาลองชิมขวดนี้ดู เพราะรสชาติค่อนข้างดีเลยทีเดียว ผมเคยอัดรีวิว Four Roses Bourbon ไว้แล้วลองตามเข้าไปดูกันได้ ส่วนของ Small Batch ก็มีการผสมกันของ 4 อย่าง ส่วน Single Barrel อาจมีถึง 10 อย่างด้วยกัน Four Roses Bourbon ราคา 45 ดอลล่าห์ กับ 100 Proof ผมคิดว่าคุณหาวิสกี้ราคาถูกกว่านี้ได้ แต่ด้วยคุณภาพแล้วก็ถือว่าใช้ได้ เอาละ ต่อไปเป็น Small Batch อย่างแรกเลยคือผมไม่ชอบฝาขวดของ Small Batch เพราะมันค่อนข้างใช้งานยาก แต่ผมชอบรสชาติขวดนี้ที่สุดนะจากที่เคยลองมา คิดว่าดีสุดเลยแหละ ขวดนี้มีคนให้ผมมาเป็นของขวัญ พอดื่มเข้าไปแล้วรู้สึกว่ารสชาติดีมากจริง ๆ ถ้าจะไปซื้อ Four Roses คือแนะนำเลยว่าต้อง Small Batch สิ่งที่ดีสุดลยก็คือมันนุ่มและเบาบาง น่าจะใช้คำว่า Creamy อธิบายวิสกี้ตัวนี้ได้ มีส่วนผสมของน้ำผึ้ง ซินนาม่อนนิดหน่อย ได้กลิ่นผลไม้อ่อนๆ ด้วยนะ ผมเดาว่านะจะเป็นแอปเปิ้ล หรืออาจจะเชอรี่ด้วย Small Batch มีเพียงสี่ถังที่ใช้ในผลิตแต่ละรุ่นเท่านั้น ต่อกันที่ Single Barrel เลย ตรงคอขวดของ Single Barrel จะมีป้ายเล็กๆ แขวนอยู่ซึ่งบอกเล่าเรื่องราวความเป็นมาของวิสกี้ ส่วนประกอบ ผมว่ามันเท่ห์ดี อันนี้เป็น 100 Proof เลยนะ ก็อร่อยดี มีส่วนผสมของผลไม้อยูค่อนข้างมากเลยทีเดียว แล้วผมก็จะผสมน้ำลงไปนิดนึง ผมจะบอกเทคนิคนิดนึงตรงที่ขวดวิสกี้ให้วางตั้งตรงแบบนี้ อย่าไปวางนอนเหมือนขวดไวน์ และก็นานๆที นำมาเขย่าแบบหันปากขวดลงด้านล่างแค่หนึ่งครั้ง เพียงเท่านั้นเอง สรุปแล้วคือที่ผมชอบมากที่สุดก็เป็น Four Roses Small Batch ผมแนะนำขวดนี้เลย ผมว่าดีที่สุดใน  Four Roses แล้ว

Crown Royal

เราจะมาพูดถึง Crown Royal Black กันก่อนเลยนะ คุณจะเห็นได้เลยว่าสีมันเข้มมาก กลิ่นทำให้นึกถึงโค้ก คาราเมลอะไรพวกนั้น เมื่อดื่มเข้าไปแล้วรู้สึกหยาบนิดหน่อยตอนผ่านคอลงไป ทำให้มีความรู้สึกคล้ายๆตอนดื่มไวน์แดง ยังไงก็ตามมันทำให้รู้สึกแบบนี้ตอนสัมผัสกับลิ้น เดี๋ยวจะขอลองดื่มดูอีกครั้ง มันเป็นรสชาติที่น่าสนใจมาก เกือบทั้งหมดมันคือรสชาติของโอ๊ก มีรสของเมเปิ้ลผสมเข้ามานิดหน่อย แอบมีรสชาติเชอรี่อยู่เหมือนกันนะ (ดื่มครั้งที่ 3) แต่จะขออธิบายว่ารสชาติที่ว่ามันเหมือนผลไม้สีมืด เช่น พลัม หรือแบล็คเชอรี่พวกนี้แหละ ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะแนะนำพวกคุณดีไหม เพราะผมได้สองขวดนี้มาฟรี ไม่รู้ว่าราคาขายอยู่ที่ประมาณเท่าไร จากที่ไม่เคยลอง 2 ขวดนี้มาก่อน และปกติจะไม่ทำรีวิววิสกี้ต่อครั้งมากกว่าหนึ่งขวด เอาละมาต่อกันที่ Crown Royal Rye ผมตื่นเต้นมาก ขวดใส่มาในกระเป๋าผ้าสีขาว ขวดใหญ่กว่า Crown Royal Black และเมื่อปีที่แล้ว Crown Royal Rye ชนะรางวัล World Whisky of the Year 2016 และ Canadian Whisky of the Year 2017 ได้รางวัลวิสกี้ที่ดีที่สุดด้านอะไรสักอย่าง ผมเองก็จำไม่ค่อยได้เหมือนกัน  อันนี้ มีไรท์ 90 เปอร์เซ็นต์แถมมีพริกไทยดำนิดหน่อย มันต้องให้รสเผ็ดนิดๆแน่ จะเห็นได้ว่าสีวิสกี้ค่อนข้างสว่างขึ้นมากว่าขวดแรก แต่ไม่ได้สว่างมาก แค่กลางๆ กลิ่นหอมมาก ค่อนข้างดี ดีมากเลย เพราะกลิ่นมันเหมือนพวกผลไม้ จากความรู้สึกส่วนตัวคือจะสัมผัสได้ไปถึงในคอเลยเวลกิ่นมันผ่านลงไป ที่จริงมันมีพวกคล้ายเครื่องเทศผสมอยู่ แต่แทบจะไม่ได้กลิ่นมันเลย ซึ่งค่อนข้างแปลกมากสำหรับผม พอดื่มเข้าไปแล้วถึงกับร้องว้าว คือมันดีมาก บอกไว้เลยว่าคุณต้องไปลอง Crown Royal Rye ขวดนี้ ผมชอบมาก มันมีแค่ Rye แต่แปลกที่ทำให้ผมรู้สึกเหมือนมี weed (ธัญพืช) อื่นๆ ผสมอยู่ เคยลองวิสกี้อื่นที่เป็น Rye 100 เปอร์เซ็นต์นะ มันค่อนข้างจะออกเผ็ดๆ หน่อย แต่อันนี้ไม่ ถือเป็นวิสกี้ที่ดีมากขวดนึงเลย ถือเป็นการลองดื่มครั้งแรกที่ประทับใจ ถ้าเป็นผม ผมซื้อ Crown Royal Rye แต่ไม่ซื้อ Crown Royal Black